วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ฝ่ายวิชาการ


                     โรงเรียนได้ดำเนินกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการประชุมหารือเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน การวางแผนพัฒนาหลักสูตร การยกระดับผลการประเมินด้านการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ ตลอดจนการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน

              ในการดำเนินกิจกรรม คณะครูได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน และกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่พบในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน รวมทั้งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันภายในสถานศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ผลที่ได้รับ
  • ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์การสอนร่วมกัน
  • ได้แนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
  • เกิดการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของผู้เรียน
  • ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง
  • นำผลการประชุมไปปรับใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียน
    

    

    

    

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

10 นาทีดีต่อใจ

 

ฃ

























การปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น หรือ Psychological First Aid (PFA) เป็นการช่วยเหลือดูแลจิตใจขั้นแรกที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยาหรือแพทย์ แต่เป็นใครก็ได้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ร่วมมือช่วยประคองใจกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้เด็กกลับมารู้สึกปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว และช่วยลดระดับความเครียดลงให้เร็วที่สุดหลังจากเผชิญเหตุการณ์รุนแรง 

แนวทางปฏิบัติหลักในการปฐมพยาบาลทางใจ มีรายละเอียดดังนี้:

1. หลักการช่วยเหลือ 6 ขั้นตอนหลัก 

  • รู้สึกปลอดภัย: พาเด็กออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังจุดที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ  และที่สำคัญคือต้องปกป้องเด็กจากการรับรู้สิ่งบันทึกหรือภาพข่าวที่น่ากลัว หลีกเลี่ยงการเสพหรือส่งต่อภาพและข้อความความรุนแรงซ้ำๆ 

  • เชื่อมใจสัมพันธ์: ให้เด็กได้อยู่กับคนที่รัก ไว้วางใจ และคุ้นเคย เช่น ครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคุณครู  การกอดหรือการสัมผัสอย่างนุ่มนวลและผ่อนคลายจะช่วยให้เด็กกลับมารู้สึกมั่นคงในใจได้ดีมาก 

  • ข้อมูลจำเป็น: บอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นและขั้นตอนการดูแลความปลอดภัยด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับวัย (เช่น คุณครูจะดูแลหนูตรงนี้ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะมารับที่จุดนี้นะลูก) โดยเด็กไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดความรุนแรงเชิงลึก หากสังเกตว่าเด็กเริ่มแสดงความกลัวทางสีหน้าหรือท่าทาง ให้หยุดเล่าทันที และใช้การจับมือหรือลูบตัวเบาๆ เพื่อประคองความรู้สึก 

  • สงบเย็นผ่อนคลาย: ชวนทำกิจกรรมปกติที่คุ้นเคย ผ่อนคลาย และไม่กระตุ้นเร้า เช่น วาดภาพ ระบายสี เล่นตัวต่อ ฟังเพลง หรือพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบสงบ 

  • อยู่อย่างมีหวัง: ส่งต่อพลังใจและทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจว่าเราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน 

  • เติมพลังตนเอง: ช่วยให้เด็กค้นพบพลังและความเข้มแข็งในตนเองเพื่อกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ

2. เทคนิคการปฏิบัติง่ายๆ "สอดส่องมองหา - ใส่ใจรับฟัง - ส่งต่อเชื่อมโยง" 

  • สอดส่องมองหา (Look): คอยสังเกตและมองหาเด็กที่เปราะบางหรือมีปฏิกิริยาอ่อนไหวเป็นพิเศษหลังเกิดเหตุ เพื่อเข้าช่วยเหลือเป็นอันดับแรกๆ 

  • ใส่ใจรับฟัง (Listen): ฟังด้วยความใส่ใจและเข้าใจความรู้สึกจริงๆ โดยไม่ตัดสิน ไม่ตำหนิ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น 

  • ส่งต่อเชื่อมโยง (Link): ช่วยเชื่อมโยงให้เด็กได้กลับไปอยู่กับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่รัก และประสานส่งต่อผู้เชี่ยวชาญหากพบอาการรุนแรงเกินกว่าที่เราจะรับมือไหว 

⚠️ ข้อห้ามสำคัญที่ไม่ควรทำเด็ดขาด:

  • ไม่บีบบังคับให้เด็กพูดหรือเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์รุนแรงซ้ำๆ เพราะการขยี้รายละเอียดของเรื่องราวอาจเป็นการขยี้บาดแผลทางใจของเด็กให้รุนแรงขึ้น 

  • ไม่ตัดสินหรือปฏิเสธความรู้สึกของเด็ก เช่น การพูดว่า "ทำไมต้องกลัวขนาดนี้" หรือ "ไม่มีอะไรน่ากลัวสักหน่อย" เพราะความกลัว ตกใจ ใจสั่น หรือนอนไม่หลับ เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นหลังจากเจอเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ สิ่งที่เราต้องทำคือยอมรับอารมณ์นั้นและช่วยประคองให้เขากลับคืนสู่ความสงบ 















ประชุมแนะแนว

            ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษาและนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ โดยกำหนดให้โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบเพื่อเป็นการยกระดับมาตรการการป้องกันป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง และบริหารจัดการความปลอดภัย  แก่นักเรียนและนักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มีประกาศ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงาน ด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ให้ความสำคัญในระบบดูแลคัดกรอง และช่วยเหลือ ด้านสุขภาพจิต โดยในข้อ ๓.๒ ระบุให้มีการส่งเสริมพัฒนาครูแนะแนว ครูที่ปรึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจในการ ปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น รวมทั้งการดูแล ช่วยเหลือ ให้การปรึกษา ฟื้นฟู เยียวยาด้านสุขภาพจิตแก่นักเรียนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ จึงได้กำหนดการประชุมทางไกลยกระดับการดูแลใจครูแนะแนว ครูที่ปรึกษาสู่การปฐมพยาบาลทางใจและให้การปรึกษานักเรียนผ่านระบบออนไลน์ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙  เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ผ่านช่องทางออนไลน์ ๓ ช่องทาง ในการนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๑ พิจารณาแล้วเพื่อการดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเกิดการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์  มายังโรงเรียนและบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมการประชุมทางไกลฯ ในวันและเวลาดังกล่าว

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

พลเมืองดิจิทัลคุณภาพ (Quality Digital Citizen)


พลเมืองดิจิทัลคุณภาพ (Quality Digital Citizen) ตามแนวทางของโรงเรียนบ้านหัวดอยและโครงการ Edu Connect คือบุคคลที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาด ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบและจริยธรรมในโลกออนไลน์ โดยมีประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงคุณลักษณะนี้ดังนี้:

1. คุณลักษณะและจริยธรรมของพลเมืองดิจิทัล
พลเมืองดิจิทัลที่แท้จริงต้องเป็น พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม เห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น รวมถึงมีส่วนร่วมและมุ่งเน้นความเป็นธรรมในสังคม นอกจากนี้ยังต้องมีความตระหนักรู้ถึง ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี ตลอดจนการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อส่วนรวม

   

2. ทักษะและความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่
พลเมืองดิจิทัลคุณภาพต้องได้รับการฝึกฝนทักษะดิจิทัลเพื่อเป็นฐานอาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมถึง:
  • ความเข้าใจเทคโนโลยีเกิดใหม่: เช่น คลาวด์ (Cloud), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ: สามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น และเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
3. การปฏิบัติตามกฎหมายและธรรมาภิบาลข้อมูล
การเป็นพลเมืองดิจิทัลคุณภาพต้องมีความรู้และปฏิบัติตามกฎระเบียบดิจิทัลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้าง "เกราะคุ้มกันดิจิทัล" ให้กับตนเองและองค์กร:
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: เข้าใจสิทธิในข้อมูลของตนเองและผู้อื่นตามระเบียบ PDPA และ GDPR รวมถึงรู้วิธีจัดการการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
  • การเคารพลิขสิทธิ์: ยึดถือหลักการว่าผลงานทุกชิ้นมีเจ้าของ (Copyright) โดยการนำมาใช้ต้องได้รับอนุญาตและให้เครดิตเจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง
  • ความปลอดภัยของเด็ก: ตระหนักถึงนโยบายเนื้อหาที่สร้างมาเพื่อเด็ก (Made for Kids) เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์และการเข้าถึงข้อมูลเด็กจากบุคคลภายนอก

4. การสร้างร่องรอยดิจิทัลอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Digital Footprinting)
พลเมืองดิจิทัลคุณภาพต้องเข้าใจว่าทุกการกระทำบนโลกออนไลน์คือภาพสะท้อนตัวตน จึงควรเรียนรู้วิธีสร้างร่องรอยดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ผ่าน:
  • การวิเคราะห์ระบบนิเวศดิจิทัล: เข้าใจบทบาทของแพลตฟอร์มและผู้พัฒนา (Developers) เพื่อใช้งานเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ
  • การตรวจสอบความปลอดภัย: หมั่นตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลและร่องรอยการใช้งาน (Audit) ผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อความโปร่งใส

การพัฒนาพลเมืองดิจิทัลคุณภาพคือเป้าหมายสำคัญที่สถานศึกษามุ่งเน้น เพื่อเปลี่ยนผู้เรียนจากการเป็นเพียง "ผู้ใช้งาน" ไปเป็น "ผู้ขับเคลื่อนสังคมดิจิทัล" ที่มีทักษะสูงและมีจริยธรรมอย่างยั่งยืน

ปฏิทินดำเนินงาน

รายงานการดำเนินกิจกรรมเสริมหลักสูตรการฝึกอบรมนักเรียนให้เกิดทักษะการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ

โรงเรียนบ้านหัวดอย สพป.เชียงราย เชต 1 วันที่ 23 และ 25 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. - 15.30 น. ..............................................